1. Google PageRank คืออะไร ?

Google PageRank คือวิธีการวัดความสำคัญของเว็บเพจนับล้านๆเว็บเพจบนอินเตอร์เน็ท โดยมีตัวเลขตั้งแต่ 0 ถึง 10 ยิ่งตัวเลขยิ่งสูง PageRank ก็ยิ่งสูง นั่นหมายความว่าเว็บไซต์นั้นๆมีโอกาสได้รับการจัดอันดับที่ดีกว่าเว็บไซต์ที่มี PageRank ต่ำกว่า

โดยเราสามารถทราบค่า PR ของเว็บไซต์เราได้ โดย download และ install google toolbar (http://toolbar.google.com) หลังจากนั้นคุณจะสามารถดูคะแนน PR ของคุณที่จัดโดย google ได้ดังรูป

ถ้าไม่ต้องการ install google toolbar สามารถ check ค่า PageRank ได้ที่เว็บไซต์ www.pagerank.net

** หัวใจ ของ Page Rank คือ แลกลิงค์กับเว็บไซต์อื่นๆ ให้มาก และถ้าเป็นเว็บที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บเรา และ เป็นเว็บที่มีค่า PR สูง ยิ่งทำให้เว็บไซต์เรามีค่า PR สูงขึ้นด้วย

2. ค่า PR นั่นแสดงค่าทุกๆหน้าของเว็บไซต์เราใช่หรือไม่ ?

ค่า PR ของแต่ละเว็บเพจ ในเว็บไซต์หนึ่งๆ นั้นจะมีค่าแตกต่างกันไป ทั้งนี้ โดยมากโฮมเพจ มักมีค่า PR สูงกว่าหน้าอื่นๆ แต่ก็ไม่เสมอไป

3. Google คำนวณค่า PR อย่างไร ?

ค่า PR ถูกคำนวณ โดยจำนวนลิงก์ของเว็บไซต์อื่นๆ ที่เชื่อมลิงก์มายังเว็บไซต์ของคุณ (Inbound Link) ทั้งนี้คำนึงถึงคุณภาพ (คุณภาพของลิงก์หมายถึง เว็บเพจที่ลิงก์มาหาคุณมีความเกี่ยวข้องและเกี่ยวเนื่องกับเนื้อหาในเว็บไซต์ของคุณ ) และค่า PR ของเว็บไซต์ที่ลิงก์มายังเว็บไซต์คุณด้วย ยิ่งเว็บไซต์ที่ลิงก์มาหาคุณมี PR สูงๆ ค่า PR ของเว็บคุณก็มีแนวโน้มที่จะสูงตามไปด้วย ค่า PageRank นั้นใช้วิธีการเดียวกับระบบการโหวต หนึ่งลิงก์ที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์ของคุณ ยิ่งมีค่า PR สูงเท่าใด Google ยิ่งเห็นความสำคัญของเว็บเพจนั้นๆมากยิ่งขึ้น และหากมีลิงก์มาจำนวนมากลิงก์มายังเว็บไซต์คุณ ค่า PR เว็บคุณก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย

4. ทำอย่างไรถึงจะได้ค่า PR เพิ่มขึ้น ?

ค่า PR นั้นจะเพิ่มขึ้นได้ในแต่ละขั้นจาก 1 ไป 2 , จาก 2 ไป 3,... , จาก 9 ไป 10 นั้น มีกฏเกณฑ์ที่ค่อนข้างสลับซับซ้อน แต่ไม่ได้เป็นลักษณะเช่น คุณมีเว็บที่เชื่อมโยงลิงก์มาหาเว็บไซต์ คุณจาก 50 inbound link เป็น 100 inbound link (เพิ่มขึ้น 50 หน่วย) เว็บเพจนั้นๆอาจมีค่า PR เพิ่มขึ้นจาก 2 เป็น PR 3 แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ค่า PR 3 จะปรับเพิ่มขึ้นเป็น PR 4 โดย ที่คุณมี inbound link เพิ่มจาก 100 เป็น 150 (เพิ่มขึ้น 50 หน่วย) เสมอไป อาจต้องมี inbound link เพิ่มขึ้นถึง 200 หน่วย ค่า PR ถึงจะเพิ่มขึ้นก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นในค่า PR ในแต่ละขั้นนั้น เป็นสิ่งที่ต้องอาศัยความรู้ ความพยายามเป็นอย่างมาก

5. การเพิ่มหน้าเว็บเพจที่มีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ส่งผลให้ค่า PR เพิ่มขึ้นหรือไม่ ?

คำตอบคือไม่ อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วคือ หากคุณสามารถทำให้มีเว็บลิงก์มายังเว็บคุณได้มากขึ้นเท่าไหร่ PR ของเว็บคุณก็จะสูงมากขึ้นตามลำดับ แต่ทั้งนี้หากคุณนำเสนอเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ในเว็บเพจนั้นๆ นั่นหมายความว่า คุณอาจได้รับการขอแลกลิงก์จากเว็บมาสเตอร์คนอื่นๆมายังเว็บไซต์คุณก็เป็นได้ ซึ่งเท่ากับเพิ่มจำนวนลิงก์ให้มากขึ้นในที่สุด

6. เนื้อหาของเว็บเพจที่ลิงก์มายังเว็บไซต์คุณ มีผลอย่างไรต่อค่า PR ?

หากเว็บเพจที่เชื่อมโยงลิงก์มายังเว็บคุณ มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับเว็บไซต์คุณมากเท่าใด Google จะพิจารณาให้ค่า PR ของเว็บคุณสูงยิ่งขึ้น

7. หากเว็บเพจที่เชื่อมโยงลิงก์มายังเว็บไซต์เรามี ค่า PR ต่ำ จะส่งผลกระทบต่อค่า PR ของเว็บไซต์เราหรือไม่ ?

การที่มีเว็บเพจเชื่อมโยงมาหาเว็บคุณจำนวนมากขึ้นนั้น โดยที่เว็บเพจนั้นๆมีค่า PR ระหว่าง 0-3 จะไม่ส่งผลกระทบต่อค่า PR ของเว็บคุณในทันที แต่เหมือนกับสะสมคะแนนไปเรื่อยๆ อย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว ยิ่งเว็บเพจที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์คุณมีเนื้อหาที่เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับเว็บไซต์คุณมากเท่าใด ยังส่งผลดีมากกว่า เว็บเพจที่มีเนื้อหาที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์คุณเลยแต่มีค่า PR สูง และเชื่อมโยงลิงก์มาหาเว็บคุณ อย่าลืมว่า PageRank เป็นแค่ปัจจัยหนึ่งในการจัดลำดับความสำคัญของเว็บเพจหนึ่งๆเท่านั้น ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกด้วย

8. เว็บที่มีค่า PR ต่ำๆ จะทำให้ค่า PR ของเว็บไซต์เรา ลดลงหรือไม่ ?

คำตอบคือ ไม่อย่างแน่นอน การแลกลิงก์กับเว็บไซต์ที่มีค่า PR ต่ำ (อาจเป็นเว็บที่เพิ่งเปิดตัว เป็นต้น) แต่มีเนื้อหาที่เกี่ยวพันกับเว็บไซต์คุณอาจทำให้ PR ของเว็บไซต์ของทั้งสองแห่งเพิ่มขึ้นพร้อมๆกันก็เป็นไปได้ แต่อย่าเข้าร่วมกับโปรแกรมแลกเปลี่ยนลิงก์ใดๆที่เป็นการโกงเสิร์ชเอนจิ้น ซึ่งจะทำให้เว็บไซต์คุณถูกถอนออกจากฐานข้อมูลของเสิร์ชเอนจิ้นในทีสุด

9. ค่า PR เราตกลงได้หรือไม่ ?

ค่า PageRank สามารถลดลงได้ หากเว็บไซต์คุณมีจำนวนลิงก์ที่เชื่อมโยงมาหาเว็บไซต์คุณน้อยลง ซึ่งบางครั้งอาจเกิดขึ้นจากเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงมาหาคุณมีค่า PR ลดลงก็เป็นได้

 

ข้อมูลจาก  http://truehits.net

 

 

Pagerank

PageRank คือ ระบบที่ใช้สำหรับจัดอันดับผลการค้นหาหน้าเว็บไซต์ของ Google

ลิงค์จากหน้าเว็บไซต์อื่นที่มาที่หน้าเว็บไซต์ของคุณ (ส่วนมากจะลิงค์มาที่หน้าแรก) จะถูกเรียกว่า backlink

PageRank ของหน้าเว็บไซต์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวน backlink อย่างเดียวเท่านั้น หน้าเว็บไซต์ที่คุณติดตั้ง backlink ก็มีผลเช่นเดียวกัน ซึ่งถ้าหากหน้าเว็บไซต์ที่คุณติดตั้ง backlink ไว้ มี PageRank ที่สูงก็จะทำให้หน้าเว็บไซต์ของคุณมี PageRank สูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเราเรียกหน้าเว็บไซต์ดังกล่าวว่า "หน้าเว็บไซต์คุณภาพ (important page)"

แต่ถึงแม้ว่า หน้าเว็บไซต์ของคุณจะเป็นหน้าเว็บไซต์คุณภาพที่มี PageRank สูงมาก แต่หน้าเว็บไซต์คุณภาพของคุณก็จะไม่มีประโยชน์อันใดเลย ถ้าหากผู้ใช้บริการทางอินเทอร์เน็ตใช้ search term ที่ไม่ตรง หรือไม่มีความเกี่ยวข้องกับคำค้นหาเว็บไซต์หรือคีย์เวิร์ดที่คุณเลือกใช้ให้กับเว็บไซต์ของคุณ วิธีการค้นหา และแสดงผลการค้นหาเว็บไซต์ของ Google จึงใช้เทคนิค 2 ประการควบคู่กัน นั่นก็คือ PageRank และ เนื้อหารายละเอียดที่อยู่ในหน้าเว็บไซต์นั้นๆ

หลักการทำงานของ Google ก็คือ เมื่อผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตทำการค้นหาข้อมูลด้วย keyword หรือคำค้นหาเว็บไซต์คำใดคำหนึ่งใน Google จะทำการตรวจสอบหน้าเว็บไซต์ทุกหน้าในฐานข้อมูล ( database )   หน้าเว็บไซต์ในฐานข้อมูลหน้าใดที่มีคีย์เวิร์ดหรือคำค้นหาเว็บไซต์ ตรงกับคีย์เวิร์ดหรือคำค้นหาเว็บไซต์ที่ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตใช้มากที่สุด และมี PageRank ของหน้าเว็บไซต์สูงที่สุด หน้าเว็บไซต์นั้น ก็จะถูกจัดแสดงอยู่ในอันดับต้นๆ ของผลการค้นหาเว็บไซต์ของ Google

หากคุณต้องการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ PageRank สำหรับเว็บไซต์ของคุณเพิ่มเติม คุณสามารถทำการดาว์นโหลดข้อมูลดังกล่าวได้ที่ Google toolbar ซึ่ง Google toolbar จะจัดแสดงข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับ backlink ของเว็บไซต์คุณ หากคุณต้องการความรวดเร็วมากขึ้น คุณก็สามารถทำได้โดยทำการค้นหาข้อมูลใน Google โดยใช้คีย์เวิร์ดหรือคำค้นหาเว็บไซต์คำว่า "link:www.yourname.com"

ข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของหลักการทำงานของ Google เท่านั้น คุณสามารถเลือกชมข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับหลักการทำงานของ Google ได้ที่:
http://www.google.com/technology/index.html

วิธีการพัฒนาอันดับผลการค้นหาเว็บไซต์ของคุณใน google

ขั้นตอนแรก

คุณต้องทำการตรวจสอบว่าเว็บไซต์ของคุณอยู่ในฐานข้อมูลของ Google หรือไม่

ในกรณีที่คุณสร้างเว็บไซต์เสร็จสิ้น คุณควรลงทะเบียนเว็บไซต์ใน Google ให้รวดเร็วที่สุด เนื่องจากต้องใช้เวลาในการลงทะเบียนประมาณ 1 เดือน กว่าที่เว็บไซต์ของคุณจะสามารถปรากฏใน ผลการค้นหาเว็บไซต์ของ Google ได้

ระยะเวลา 1 เดือนเป็นเพียงการประเมินเท่านั้น ในความเป็นจริงอาจจะใช้เวลามากหรือน้อยกว่า 1 เดือนก็เป็นได้ และถ้าหากคุณต้องการให้เว็บไซต์ของคุณปรากฏอยู่ในผลการค้นหาเว็บไซต์ของ Google เร็วขึ้น คุณสามารถทำได้โดยเพิ่มลิงค์ของเว็บไซต์คุณในเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง เพราะเว็บไซต์เหล่านี้จะมี Googlebot เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ Googlebot เป็น robot-script ขนาดเล็ก โดยมีหน้าที่ค้นหาข้อมูลในหน้าเว็บไซต์ และ robot-script ของแต่ละ Search Engine ก็จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น spider, bot หรือ crawler เป็นต้น

spider ของ Google มีชื่อเรียกว่า Googlebot ซึ่ง bot ก็จะมีหลายประเภทอีกเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น freshbot ของ Google เป็นต้น freshbot จะเข้ามาในเว็บไซต์ของคุณทุกครั้งเมื่อคุณทำการปรับปรุงเว็บไซต์ ประโยชน์ของการเข้ามาค้นหาเว็บไซต์ของ freshbot ก็คือ สิ่งที่คุณทำการปรับปรุงจะปรากฏในการแสดงผลการค้นหาเว็บไซต์ของ Search Engine อย่างรวดเร็วแบบวันต่อวัน

ถ้าคุณสามารถเพิ่มจำนวนลิงค์ของเว็บไซต์คุณได้มากขึ้น Googlebot ก็จะเข้ามาตรวจสอบเว็บไซต์คุณมากขึ้น โอกาสที่เว็บไซต์ของคุณจะเข้าไปอยู่ในฐานข้อมูลของ Google ภายใน 24 ชั่วโมงก็ย่อมมีมากขึ้นเช่นเดียวกัน

หากคุณต้องการที่จะทราบว่า freshbot เข้ามาค้นหาเว็บไซต์คุณครั้งสุดท้ายเมื่อใด คุณก็สามารถทำได้โดยทำการค้นหาที่อยู่ของเว็บไซต์คุณ (www.yourname.com) ใน Google เมื่อผลการค้นหาเว็บไซต์ปรากฏขึ้น ให้คลิกที่ "ที่ google เก็บไว้" ด้านบนของหน้าเว็บไซต์ต่อมาที่ปรากฏขึ้นจะจัดแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับวัน เดือน ปี และเวลาของการค้นหาเว็บไซต์ของคุณครั้งล่าสุด

การแลกเปลี่ยนลิงค์กับเว็บไซต์พันธมิตร คุณต้องทำการตรวจสอบ PageRank ของเว็บไซต์พันธมิตรด้วย เพราะถ้าหากคุณแลกเปลี่ยนลิงค์กับเว็บไซต์พันธมิตรที่มี PageRank สูง PageRank ของเว็บไซต์คุณก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ในทางตรงกันข้าม หากคุณแลกเปลี่ยนลิงค์กับเว็บไซต์พันธมิตรที่มีอันดับ PageRank ต่ำมาก PageRank ของเว็บไซต์คุณก็อาจจะลดลงได้ ลักษณะการแลกเปลี่ยนลิงค์ในลักษณะที่ 2 เรียกว่า "bad neighborhood"

หน้าเว็บไซต์ที่เหมาะสมกับหลักการทำงานของ Google

ถ้าคุณสามารถเพิ่มจำนวนลิงค์ของเว็บไซต์คุณได้มากขึ้น Googlebot ก็จะเข้าค้นหาเว็บไซต์คุณเพิ่มขึ้นด้วย

Googlebot จะทำการค้นหาเว็บไซต์โดยเข้ามาตรวจสอบองค์ประกอบของเว็บไซต์ดังต่อไปนี้:

  • Page title
  • คำอธิบาย meta tag
  • เนื้อหาทั้งหมดของเว็บไซต์
  • ลิงค์

องค์ประกอบของเว็บไซต์ดังที่กล่าวมาถือว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างมากของเว็บไซต์คุณ เพราะองค์ประกอบดังกล่าวได้บรรจุ keywords คุณไว้นั่นเอง

อุปสรรคสำคัญประการหนึ่ง ก็คือ คีย์เวิร์ดหรือคำค้นหาเว็บไซต์นั้นมีอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้น คุณจึงต้องมีความละเอียด และรอบคอบอย่างมากสำหรับการคัดเลือก และคัดสรร keywords ให้กับเว็บไซต์ของคุณเอง

คุณจะต้องทำการคัดเลือกและคัดสรรแต่ละ keyword ที่จะนำมาใช้ให้กับเว็บไซต์ของคุณให้ดีที่สุด วิธีการง่ายๆ ก็คือ ลองสมมุติว่าตนเองเป็นผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ต แล้วลองคิดดูว่า คุณจะใช้ keyword ใดในการค้นหาเว็บไซต์

title

คุณต้องทำการตรวจสอบให้มั่นใจว่า คุณได้เลือกใช้ keywords ที่ดีที่สุดเพื่อใช้เป็น title ของเว็บไซต์แล้ว และไม่ควรให้ title มีความยาวเกิน 80 ตัวอักษร เนื่องจาก Search Engine บางที่อาจทำการยกเลิกการลงทะเบียนเว็บไซต์ของคุณได้

คำอธิบาย meta tag

Googlebot จะไม่เข้ามาตรวจสอบคีย์เวิร์ดของ meta tag แต่จะตรวจสอบคำอธิบายของ meta tag ดังนั้น คุณต้องทำการตรวจสอบให้มั่นใจว่า คุณได้เลือกใช้ keywords ที่ดีที่สุดเพื่อใช้เป็นคำอธิบายของ meta tag ให้กับเว็บไซต์ของคุณ

เนื้อหาทั้งหมดของเว็บไซต์

คุณต้องทำการตรวจสอบให้มั่นใจว่า คุณได้เลือกใช้ keywords ที่ดีที่สุดเพื่อใช้เป็นเนื้อหาของเว็บไซต์คุณ เพราะการใช้ keyword ที่คัดเลือกมาเป็นชื่อเรื่อง และเนื้อหา การใช้ตัวอักษรหนา หรือเอียงเพื่อเน้น keywords คำบรรยายภาพ ชื่อรูปภาพ ชื่อที่อยู่ของเว็บไซต์ สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนมีผลต่อการทำงานของ Googlebot ทั้งสิ้น

ลิงค์ภายในเว็บไซต์

คุณต้องทำการตรวจสอบให้มั่นใจว่า Googlebot จะสามารถเข้ามาตรวจสอบเว็บไซต์ของคุณได้อย่างแน่นอน เนื่องจาก Googlebot อาจจะไม่สามารถเข้ามาค้นหาเว็บไซต์ของคุณได้ เนื่องจากสาเหตุบางประการ เช่น การใช้เฟรม คุณสามารถแก้ปัญหานี้ด้วยการใช้คำสั่ง <noframe> หรือใช้แผนที่เว็บไซต์ (sitemap) เพื่อให้ Googlebot สามารถเข้ามาตรวจสอบในทุกๆหน้าของเว็บไซต์คุณได้

เทคนิคพิเศษในการขึ้นอันดับ : เราแนะนำให้คุณมี link เพื่อกลับไปที่หน้าแรกของเว็บไซต์ และคุณควรใส่ link เป็น www.yourname.com และเราไม่แนะนำให้คุณใส่ www.yourname.com/index.html เนื่องจากสิ่งนี้มีผลในการขึ้นอันดับของ Google Search Engine

เนื้อหา : ปรับปรุงเนื้อหาของเว็บไซต์ให้มากครั้งที่สุดเท่าที่จะทำได้

การปรับปรุงเนื้อหาของเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอจะทำให้ freshbot เข้ามาค้นหาเว็บไซต์คุณบ่อยครั้งขึ้น เนื่องจาก Google Search Engine จะทำการเก็บข้อมูลของหน้าเว็บไซต์ที่มีการเปลี่ยนแปลง ได้ไวกว่าหน้าเว็บไซต์อื่นที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย

วิธีที่กล่าวมาทั้งหมดนอกจากเป็นวิธีที่ช่วยให้ PageRank ของเว็บไซต์คุณเพิ่มขึ้น และทำให้เว็บไซต์ของคุณอยู่ในอันดับต้นๆ ของการแสดงผลการค้นหาเว็บไซต์ใน Search Engine ต่างๆ แล้ว ยังสามารถช่วยเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณได้อีกด้วย

วิธี เทคนิค หรือข้อแนะนำทั้งหมดที่เรากล่าวมา มาจากประสบการณ์ตรงของ Opentracker ซึ่งข้อมูลดังกล่าวมีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา คุณสามารถส่งคำถามหรือข้อสงสัยถึงเราโดยตรงที่นี่ เรามีความยินดี และมีคำตอบที่ดีที่สุดเสมอให้กับคุณ