Q1 : แผ่นดีวีดี มีกี่แบบอะไรบ้าง

A1 : แผ่นดีวีดีที่ขายกันตอนนี้มีทั้งหมด 4 แบบด้วยกัน

แผ่นดีวีดี 1 แผ่น สามารถบรรจุข้อมูลได้ทั้งสองหน้า และแต่ละหน้า ยังบรรจุข้อมูลได้งสุด 2 ชั้น ลองมาดูรายละเอียดแต่ละแบบกัน

1. dvd-5 แผ่นหน้าเดียว ข้อมูลชั้นเดียว SS-SL จุข้อมูลได้ 4.7 GB (เลยเรียกว่า 5) แผ่นก๊อปจะนิยมทำเป็น dvd-5 เพราะต้นทุนต่ำที่สุด ผลิตได้ไวไม่ซับซ้อน แผ่นแท้ที่เป็น dvd-5 ก็มีนะครับ เช่น The Corr unplug , Batman เป็นต้น ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตเป็นสำคัญ ถ้าหนังข้อมูลไม่เยอะก็จะบรรจุลง dvd-5 ได้ จุดนี้ไม่เกี่ยวกับคุณภาพว่า dvd-5 จะต้องด้อยกว่า dvd-9 คุณภาพวัดกันที่บิทเรทในการ compress ข้อมูล ไม่ใช่เป็นแผ่น dvd-9 แล้วจะต้องดีกว่า dvd-5 ทุกอย่างครับ

2. dvd-9 แผ่นหน้าเดียว ข้อมูลสองชั้น SS-DL จุข้อมูลได้ 8.5 GB (เลยเรียกว่า 9) ส่วนมากจะพบเห็นในหนังที่มีความยาวมากเกินสองชั่วโมง หรือหนังไม่ยาวแต่มีข้อมูลของเสียงหลายแบบเช่น แผ่นเดียวกันมีทั้งระบบเสียง Dolby Digital และ DTS หรือพวกหนังที่มีเบื้องลึก เบื้องหลัง มีของแถมเต็มไปหมด การบรรจุข้อมูลที่เยอะ ไม่สามารถเก็บในข้อมูลชั้นเดียวได้ ดังนั้นทางผู้ผลิตจึงจะเป็นต้องทำเป็นแผ่น dvd-9

3. dvd-10 แผ่นสองหน้า ข้อมูลชั้นเดียว DS-SL จุข้อมูลได้ 9.4 GB (เลยเรียกว่า 10) เป็นแผ่นที่เห็นในดีวีดียุคแรกๆแต่ปัจจุบันไม่ค่อยทำแล้ว (ก็มีบ้าง) ส่วนมากจะเป็นแผ่นที่มีภาพไวด์สกรีนหน้านึง และฟูลสกรีนอีกหน้านึง เช่นเรื่อง Fifth element

4. dvd-18 แผ่นสองหน้า ข้อมูลสองชั้น DS-DL จุข้อมูลได้ประมาณ 18 GB เป็นแผ่นดีวีดีที่มีความจุสูงสุดในปัจจุบัน นิยมใช้กับหนังที่มีความยาวมาก หรือมี feature เยอะเป็นพิเศษ เช่นเรื่อง Benhur , T2 ultimate edition เป็นต้น

ฉะนั้น คำว่า dvd5, dvd9 จึงหมายถึง ความจุของแผ่น ซึ่งการจะรู้ให้แน่ชัด ก็ควรเปิดดูด้วยคอมพิวเตอร์ เพื่อเช็คว่า แผ่นมีความจุเท่าไร

สำหรับวิธีดูทางกายภาพ อย่างง่ายๆ ก็เช่น
DVD5 มักใช้วัสดุสีเงิน ความหนาของแผ่นจะไม่มาก
DVD9 เนื้อแผ่นมักเห็นเป็นสีทอง วงรอบในของแผ่นด้านข้อมูล อาจจะมีตัวหนังสือเล็กๆ เช่น side A, side B หรือ side 1, side 2 แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องแม่นยำเสมอไป แผ่นผีจะทำหลอกอย่างไรก็ได้ เพราะผีเริ่มทำแผ่น dvd5 เป็นสีทองก็มี จึงไม่ควรจริงจังกับแผ่นผีมากนัก ถ้าถูกหลอก ก็มาโพสท์บอกเพื่อนๆ ด้วย

ส่วนของแท้ มักไม่หลอกกัน เพราะผิดกฏหมาย หลอกลวงผู้บริโภค เอาไปฟ้องร้องได้

Q3 : ทำไมดีวีดีต้องแบ่งโซน แบ่งไปเพื่ออะไร

A3 : หนังเรื่องหนึ่งฉายในประเทศต่างๆไม่พร้อมกัน และหลังจากที่หนังฉาย ประมาณ 3 เดือนหรือหลังจากนั้น จะถูกผลิตออกมาเป็นมีเดียต่างๆเช่น VDO , DVD ถ้าหากแผ่นดีวีดีหนังที่อเมริกาพึ่งออก (บ้านเขาดูไปหลายเดือนแล้ว) แล้วก็มาขายในไทยในวันที่หนังโรงเรื่องนั้นเข้าฉายพอดีจะเกิดอะไรขึ้น ? ดังนั้นวิธีการที่จะควบคุมก็คือการใช้โซนเข้ามาเกี่ยวข้องนั้นเอง โดยเครื่องเล่นดีวีดีและแผ่นจะถูกกำหนดเป็นโซน 1-6 และเครื่องและแผ่นต้องเป็นโซนเดียวกันถึงจะเล่นได้ยกแว้นแผ่นที่ระบุเป็นออ ลโซนที่จะเล่นได้ทุกเครื่องอยู่แล้ว
ผู้ผลิตแผ่นดีวีดีจึงสามารถที่จะควบคุมการขายแผ่นได้ โดยการวางขายแผ่นในโซนที่ต้องการขายก่อน จากนั้นจึงค่อยๆทยอยขายโซนอื่นๆไปเรื่อยๆ ไม่เช่นนั้น ทุกคนจะมุ่งซื้อแผ่นดีวีดีโซนที่หนังออกเร็วที่สุด และตัวแทนที่ได้รับสิทธิ์ในการขายแผ่นของประเทศนั้นๆก็แทบจะขายไม่ได้เลย (หากกลุ่มผู้บริโภคไม่มีปัญหาเรื่องภาษา)
แต่เหนือฟ้าย่อมมีฟ้า การแปลงเครื่องเล่นดีวีดีให้เล่นแผ่นได้ทุกโซนทำได้แทบทุกยี่ห้อ เรียกว่ายี่ห้อไหนแปลงเป็นออลโซนไม่ได้ก็แทบจะไม่ได้รับความสนใจจากผู้ บริโภค
ดังนั้นทางผู้ผลิตแผ่นดีวีดี จึงหาวิธีการป้องกันในรูปแบบใหม่มาล็อกโซนให้เพวกเราปวดหัวกันเล่นๆ โดยล่าสุดบางแผ่นจะเช็คเครื่องก่อนว่า เป็นโซนที่ตรงกับแผ่นหรือเปล่า หากไม่ใช่หรือถูกผ่านการแปลงเครื่องเป็นออลโซนมาแล้ว ก็จะเล่นไม่ได้เป็นที่น่าติดตามว่า เหล่าบรรดานักแปลงเครื่องจะหาวิธีแก้กันอย่างไร

Q4 : ควรจะเลือก TV อย่างไรบ้าง สำหรับการนำไปดู DVD

A4 : 1. ควรจะมีช่องสัญญาน component ( 3 สาย ) เป็นช่องสัญญานที่ถ่ายทอดสัญญานของภาพได้ดีที่สุด เป็นรองแต่เพียง RGB เท่านั้น
2. ต้องมีระบบ 16:9 ปรับจอภาพเพื่อดูหนังไวด์สกรีนได้ ตรงนี้สำคัญมาก เพราะถ้าเป็นทีวีธรรมดาที่ไม่มีระบบนี้ เวลาดูหนัง dvd ภาพจะหายไปเป็นร้อยเส้นกว่าๆทันที เท่าให้เราได้รับคุณภาพของภาพแบบไม่เต็มที่
3. ควรจะเป็นแบบจอแบน เพื่อลดการผิดเพี้ยนของภาพให้น้อยที่สุด และลดการสะท้อนแสงในจอ
4. มีระบบ 100 เฮิรท์ จะทำให้ภาพนิ่งขึ้น ลดการกระพริบชองภาพให้น้อยลง
5. มีระบบ Progressive scan ในตัว จะดีและเห็นผลกว่าพวก Progreesive scan บนดีวีดี เพราะจะสามารถใช้กับ Source ได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็น ดีวีดี , วีดีโอ , ยูบีซี อยากให้ไปดูพวก Sony ที่มีระบบ DRC , Philips ที่มีระบบ DNM Pro หรือ Panasonic ที่มีระบบ GiGa ต้นฉบับเดียวกันภาพจะเนียนกว่า เส้นสัญญานมากกว่า ดูได้ชัดกว่าและเทียบได้ด้วยตาเปล่า เมื่อเทียบกับเครื่องที่ไม่มีระบบนี้

Q5 : ควรจะเลือกซื้อเครื่องเล่น dvd อย่างไร

A5 : ควรจะมีองค์ประกอบต่างๆดังต่อไปนี้

1. ต้องเล่นแผ่นแท้ได้โดยไม่มีปัญหา ถ้าแผ่นแท้ยังมีปัญหา ไม่ควรนำพิจารณาเลย
2. ควรจะแปลงออลโซนมาแล้ว เพื่อให้แล่นแผ่นทุกโซน หรือถ้าไม่ได้แปลง ค่าใช้จ่ายของรุ่นที่จะซื้อต้องไม่แพงมาก
3. ถ้าไม่ต้องการเล่นแผ่นก๊อปปี้ ให้ข้ามหัวข้อนี้ไป ในการเลือกซื้อเครื่องเพื่อนำไปเล่นแผ่นก๊อปปี้ ควรจะนำแผ่น dvd ที่มีปัญหา หากเล่นได้โดยไม่กระตุก ไม่โหลดแผ่นนานเกินไป ก็ถือว่าสอบผ่าน
4. เครื่องจะต้องปล่อยสัญญาน Dolby Digital และ DTS เพื่อนำไปประมวลผลต่อได้ (ต่อผ่าน amp) โดยไม่จำเป็นต้องมีตัวถอดรหัส เพราะจะเสียเงินซ้ำซ้อนหากคุณมี Amp 5.1 อยู่แล้ว หรือจะซื้อ Amp ในอนาคตอันใกล้
5. มีช่องสัญญานเสียงแบบ RCA , Optical และ Coxcial
6. มีช่องสัญญานภาพแบบ Composite VDO , S-Video และ Component Video
7. เล่นแผ่น CD-R ,CD- RW , S-VCD , DVD-R ได้
8. การรับประกันจากตัวแทนจำหน่าย ไม่ใช่จากร้านค้า อย่างน้อย 1 ปี

ต่อไปนี้เป็น function แถมถ้ามีก็ดี ซึ่งเลือกได้ตามความต้องการ แน่นอนว่าจะต้องจ่ายเพิ่มในส่วนนี้ หรือบางยี่ห้อก็จะรวมในเครื่องเป็นมาตรฐาน

1. Progressive scan ( RGB or Component output) ในการเลือกซื้อถ้าเป็นแบบแรก ควรจะเช็ค TV ของเราว่ารองรับได้หรือเปล่า
2. MP3 เป็น function ที่อาจจะดูสะดวก แต่หัวของเครื่องเล่น dvd มีค่าเกินกว่าจะนำมาเล่น MP3 เป็นระยะเวลานาน ถ้าจะเล่น MP3 ควรจะซื้อเครื่องเล่น VCD บ้านหม้อถูกๆไม่เกินสองพันบาทมาเล่นดีกว่าครับ
3. Karaoke ถามตัวเองว่าใช้บ่อยหรือไม่ ถ้าไม่ใช้บ่อยก็ไม่จำเป็นต้องมี
4. สามารถเล่นแผ่น SACD หรือ DVD-Audio ได้ มีเดียรูปแบบใหม่ที่มีความละเอียดของสัญญานเสียงสูงกว่า CD ธรรมดา และรองรับระบบเสียงแบบหลายช่องทาง แต่แผ่น Software ก็ยังมีราคาสูง รอดูทิศทางสักนิดน่าจะดีกว่า
 


โฆษณา